[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by เว็บไซต์ของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกกลุ่มชาติพันธุ์,www.cegthai.org,cegthai www.cegthai.org


  

บทความทั่วไป
ข้าวตำกับคนบนดอย

ศุกร์ ที่ 4 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554


พักใจ / สุนทร วงศ์จอมพร      ข้าวตำกับคนบนดอย

 
 

นชั่วโมงสุขศึกษาที่โรงเรียน เด็กๆมักถูกสอนว่า โภชนาการที่ดีต้องกินข้าวน้อยกว่ากินกับข้าว ซึ่งนั่นก็ถูกส่วนหนึ่ง แต่คงไม่ใช่สิ่งที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนบนดอย เพราะคนบนดอยจะกินข้าวเยอะกว่ากินกับข้าว เนื่องจากเราไม่มีเงินที่จะซื้อกับข้าวเยอะๆได้เหมือนกับคนในเมือง แต่ถึงอ ย่างนั้น คนบนดอยก็ไม่เคยขาดสารอาหารและยังได้รับวิตามินที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วน เพราะข้าวที่เรากินเป็น “ข้าวซ้อมมือ” ที่ชาวบ้านปลูกและตำกินเอง ซึ่งนอกจากได้กินข้าวที่มีประโยชน์แ ล้ว การตำข้าวในแต่ละวันก็ยังช่วยให้ได้ออกกำลังกายทุกส่วน เพราะต้องยกไม้ขึ้นลงอยู่ตลอด และจิตใจก็ต้องจดจ่ออยู่กับการตำ ถือเป็นการฝึกสมาธิที่ดีรูปแบบหนึ่งด้วย
เวลาตำข้าวในทุกเช้าหรือทุกเย็นนั้น หากนึกๆดูแล้ว ก็เหมือนการทำพิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง  เพราะคนตำจะต้องตำด้วยความรู้สึกเคารพต่อข้าว ว่าข้าวนี้เป็นสิ่งที่ให้ชีวิต และจะต้องค่อยๆตำ ระวังไม่ให้ข้าวหล่น จิตใจต้อง จดจ่ออยู่กับน้ำหนักของไม้ที่กระแทกลงไปบนข้าวในแต่ละครั้งให้พอดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป ถ้าคนตำไม่มีสมาธิก็อาจตำใส่เ ท้า หรือตำใส่ขอบครกได้ หรือแม้แต่เวลาฝัดข้าวก็ยิ่งต้องใช้สมาธิและความชำนาญอย่างมาก เพราะจะต้องแยกข้าวที่ตำออกเ ป็นหลายส่วน ทั้งข้าวที่ดีไว้สำหรับหุงกิน ข้าวที่แตกหักหรือปลายข้าว กับรำข้าวสำหรับให้สัตว์กิน และก็เปลือกข้าวหรือแกลบที่จะต้องถูกแยกออกไป

การตำข้าวจึงเป็นงานละเอียดอ่อน ที่ต้องทำด้วยความตั้งใจ มีสติ และสมาธิ ความสงบในจิตใจของคนบนดอยก็อาจเกิดมาจาก การทำตรงนี้ด้วย สภาวะจิตใจของคนที่ทำงานเกษตรกับคนที่ทำงานกับเครื่องจักรจึงแตกต่างกัน คนทำเกษตรนั้นจิตใจอยู่กับพืชอยู่กับสัตว์ มีความเอื้ออาทร สงสาร สัตว์เหนื่อยก็ให้พัก แต่
คนบนดอยนั้นมองข้าวโดยมีมิติทางจิตวิญญาณที่ลึกซึ้ง ไม่ได้มองว่าข้าวเป็นเพียงวัตถุ แต่มองว่าข้าวมีชีวิต และมองด้วยสาย ตาที่เคารพ เวลาตำข้าว ก็ห้ามตำให้ข้าวหล่นออกจากครก ห้ามเหยียบหรือห้ามนำสากตำข้าววางที่พื้น เวลามีการกินข้าวใหม่ จะมีการนำเถาวัลย์ที่อยู่ตามไร่มาผูกข้าวไว้ คนเฒ่าคนแก่ก็จะสอนว่า “กินข้าวหม้อเดียวกันต้องรักกัน กินข้าวไหเดียวกันเป็นพี่น้องกัน”

ถ้ามองในมิติด้านสังคม การปลูกข้าว จนกว่าจะได้ข้าวมาหุงอยู่ในหม้อ ก็ได้สร้างให้มีวิถีชีวิต วัฒนธรรม และเรื่องราวหลายมิติเกิดขึ้น เช่น กา รช่วยกันปลูกข้าวด้วยการ “เอามื้อ” หรือการนำแรงงานมาช่วยกันทำจนเสร็จ แทนที่จะทำเฉพาะของตัวเอง ก็เป็นการสร้างวัฒนธรรมที่ดีงามของน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อ ความเป็นพี่เป็นน้อง ซึ่งทำให้จิตใจของคนถู กผูกอยู่ด้วยกัน เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชน
ที่นี้ถ้าใครจะบอกว่ากินข้าวเยอะๆไม่ดี พ่อแม่บนดอยก็คงต้องสอนลูกใหม่แล้วว่า ถ้าเป็นข้าวซ้อมมือหรือข้าวตำที่มีวิตามินครบถ้วนแบบนี้ ก็กินเยอะๆได้ ประหยัด ไม่ขาดสารอาหาร เป็นสิ่งที่เหมาะสมกับคนบนดอย และทำให้ชีวิตเกิดความสมดุลในมิติต่างๆได้โดยไม่ต้องบริโภคอาหารล้นเกินจนเกิดโรคภัยไข้เจ็บเหมือนกับที่คนกินดีอยู่ดีหลายคนเป็นกัน 



เข้าชม : 960


บทความทั่วไป 5 อันดับล่าสุด

      ถอดบทเรียน งานฝ่ายสิทธิ์ 20 / พ.ค. / 2554
      สรุปสาระกฎหมายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 15 / มี.ค. / 2554
      บทสัมภาษณ์ ตัวตนของชนเผ่าในปัจจุบัน ผ่านมุมมองของคนชนเผ่า 15 / มี.ค. / 2554
      คารวะแด่เธอผู้มอบชีวิตแด่ปวงชนผู้ทุกเข็ญ 4 / ก.พ. / 2554
      การพัฒนาประเทศ บนความทุกข์และความตายของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ 4 / ก.พ. / 2554


:::เว็บไซต์ของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกกลุ่มชาติพันธุ์:::
  ที่ตั้ง: 122/11,7Fl., Soi Naksuwan (Nonsi14), Nonsi Road, Yannawa District Bangkok 10120
 เบอร์โทร :Tel.0-2681-3900 Ext.1702, 1712 Fax. 0-2681-3900 Ext.1702, 0-2681-5370
  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : cmtoto@hotmail.com