[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by เว็บไซต์ของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกกลุ่มชาติพันธุ์,www.cegthai.org,cegthai www.cegthai.org


  

บทความทั่วไป
ดนตรีในวิถีชนเผ่าชาวเขาในประเทศไทยและแนวโน้มที่ก้าวไป

ศุกร์ ที่ 4 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554


รศ.ณรงค์ชัย ปิฎกรัชต์/รองผู้อำนวยการวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ดนตรีในวิถีชนเผ่าชาวเขาในประเทศไทยและแนวโน้มที่ก้าวไป

 
 

ผ่นดินที่มีชื่อว่าประเทศไทยนี้ ประกอบด้วยคนหลายกลุ่มชาติพันธุ์  ที่มีความหลากหลายทางด้านภาษา  ความเชื่อ ศาสนา และขนบประเพณี  แขนงย่อยของหน่วยสังคมปกครอบขอบเขตไว้ด้วยวัฒนธรรมส่วนกลางที่ทุกคนสามารถก้าวมายืนอยู่ร่วมกันอย่างเสมอภาค ตามระเบียบสังคมรัฐที่จัดวางไว้อย่างเป็นระบบ  มีสถาบันการเมือง  การปกครอง กฎหมาย การศึกษา  และมีศูนย์รวมจิตใจร่วมกันคือสถาบันพระมหากษัตริย์  ระบบที่เป็นแกนร่วมดังกล่าวนี้จึงทำให้กลุ่มสังคมส่วนย่อยที่มีถิ่นฐานอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วราชอาณาจักรจึงยังคงความเป็นสังคมย่อยของตนไว้ได้  ไม่ว่าชุมชนที่มีกลุ่มชาติพันธุ์นั้นมีแตกต่างกันอย่างใด  ดังพบได้ทั้งพื้นที่ของลุ่มน้ำ ชายฝั่งทะเล  ในป่ารกชัฏ  เทือกเขาสูง เช่น กลุ่มชนซาไก มอแกน  ชอง ยอง โซ่ง  ขมุ  ถิ่น  ละว้า ผู้ไท  กูย ฯลฯ  รวมทั้งชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่มีความหลากหลายทางด้านสังคมและวัฒนธรรมด้วย

ชาวเขา เป็นชื่อเรียกกลุ่มชนชาติพันธุ์ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บนที่สูงแถบเทือกเขา  ยอดดอย  และอยู่ห่างไกลชุมชนเมือง  ในความเป็นชาวเขาที่มีวิถีชีวิตหลากหลายนั้น  ได้สร้างเอกลักษณ์ของสีสันทางขนบวัฒนธรรมไว้อย่างน่าสนใจ  ชนเผ่าชาวเขาที่มีในเมืองไทย  เช่น  กะเหรี่ยง ม้ง  ลาหู่ ลีซอ เมี่ยน อาข่า  ฯลฯ ชนเผ่าชาวเขาที่กล่าวนี้มีถิ่นฐานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดภาคเหนือ ภาคอีสาน  ภาคตะวันตก  ไปจนตลอดแนวของจังหวัดสุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์  มียอดประชากรไม่น้อยกว่า ๗๖๐,๐๐๐  คน  ในจำนวนนี้ชนเผ่ากะเหรี่ยงมีจำนวนประชากรมากที่สุด  รองลงมาตามลำดับคือ  ชนเผ่าม้ง ลาหู่  และอาข่า

วิถีชนเผ่าชาวเขาที่ดำรงอยู่ดั้งเดิมนั้น  บรรพชนของแต่ละเผ่าได้สร้างสรรค์ และสืบทอดต่อๆ กันมา  สามารถบ่งบอกความเป็นลักษณะเฉพาะของชนเผ่าได้ ว่าเป็นชาวกะเหรี่ยงสะกอ  กะเหรี่ยงโป ม้งขาว ม้งน้ำเงิน ฯลฯ  นอกจากนี้ภาษา การแต่งกาย อาหารการกิน  บ้านเรือน ตลอดจนกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรม ความเชื่อ  พิธีกรรม  ต่างก็มีขนบปฏิบัติที่ดำเนินไปตามวิถีของตน 

ควมเชื่อและพิธีกรรมของชนเผ่าจัดเป็นรากแก้วของสังคมในแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ที่หยั่งรากลึก ส่งให้ลำต้นแห่งชีวิตแผ่กิ่งก้านสาขาปกผืนป่าแห่งมนุษยชาติ  งอกงามด้วยภูมิปัญญาของการปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติของพงไพรและสภาพอากาศที่หนาวร้อนหรือฝนที่ตกตามฤดูกาล  ยามที่มีส่ำเสียงโครมคราม  เปรี้ยงปร้าง  การสั่นไหวด้วยแรงลมไปจนกระทั่งความอึมครึม ความเงียบและความมืด   บางครั้งก็ยังผลถึงการเจ็บไข้ได้ป่วยของผู้คน  หรือจบลงด้วยการละร่างจากไปโดยไม่หวนมาร่วมวงดื่มกินกับญาติมิตร อุบัติการณ์เหล่านี้ยากนักที่ใครสักคนหนึ่งสามารถสืบรู้ได้ว่าอะไรคือต้นเหตุของปรากฏการณ์นั้น

สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติจึงก่อให้เกิดความคิดที่นำไปสู่ความเชื่อว่า เบื้องเหนือของความเร้นลับคืออาณาจักรของผู้เป็นใหญ่ มีพลังอำนาจ  สามารถบงการให้บังเกิดหรือหยุดยั้งสรรพสิ่งได้  นิยามของท่านผู้ทรงอำนาจจึงกำหนดไว้ในความหมายที่เป็นจิตวิญญาณ ว่าเทพเจ้า แถน  ผี ส่วนชื่อเรียกนั้นใครจะเรียกว่าอย่างไรก็เป็นไปตามภาษาของกลุ่มชนที่ใช้กันอยู่  เช่น  เยอะเซ้า ผีฟ้า  ของชนเผ่าม้ง  อาตู้ - เหน่  ผีไฟของชนเผ่าลีซอ และอะเพออะพี ซึ่งเป็นผีใหญ่ของชาวอาข่า    เป็นต้น ผีที่มีความสัมพันธ์กับการดำเนินชีวิตก็มีทั้งผีเตาไฟ  ผีน้ำ ผีดิน  ผียุ้งข้าว  ฯลฯ ผีที่อยู่ใกล้ชิดกับชนเผ่าชาวเขาทุกเผ่าก็คือ ผีบรรพบุรุษซึ่งเป็นบุคคลที่รัก เคารพ  ของทุกชีวิตในเครือตระกูล 

ในพิธีกรรมที่หลายชนเผ่าประกอบขึ้นมีเป้าหมายชัดเจนเพื่อติดต่อกับโลกแห่งจิตวิญญาณ  บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางคือเจ้าพิธี  อาจจะเรียกแตกต่างกันไปตามภาษาของเผ่า  แต่บุคคลท่านนี้คือ หมอผี  หัวหน้าพิธี คนทรง  ร่างทรง ฯลฯ  ทำหน้าที่สื่อกลางต่อผู้มีอำนาจเหนือโลกมนุษย์ด้วยการเซ่นบูชาด้วยอาหาร  เหล้า และเครื่องบูชาต่างๆ  การวิงวอนด้วยถ้อยคำที่ดีๆ ไพเราะ  มีความจริงใจ  เพื่อเชื้อเชิญ  ขออนุเคราะห์ในสิ่งที่พึงปรารถนา เพื่อความสุขของทุกคนในเครือญาติ  ทั้งในวันนี้และวันหน้า  เพื่อความเจริญงอกงามแห่งพืชพันธุ์ที่ปลูกไว้ในไร่นา  พิธีกรรมผสานความเชื่อมั่นเช่นนี้จึงเกิดประเพณีการทำขวัญข้าว เซ่นไหว้ผี การประกอบพิธีศพ  การเชิญวิญญาณ การส่งวิญญาณ ฯลฯ  สืบทอดต่อเนื่องมานานนับร้อยปี และเมื่อหลายชนเผ่าชาวเขาที่เคลื่อนย้ายถิ่นฐานสู่ดินแดนในประเทศไทย  สิ่งเหล่านี้ก็ยังคงดำรงอยู่  

.....การประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อนี้  บางชนเผ่าชาวเขาใช้ดนตรีเข้าไปเป็นเนื้อหนึ่งของกรอบพิธีกรรมนั้นด้วย เช่น การท่องสวดเป็นทำนองซึ่งพบเห็นทั่วไป การร้องเพลงในพิธีกินข้าวใหม่ของชาวอาข่าโดยมีชายชาวอาข่าทำหน้าที่เป็นผู้ร้องพรรณนาเรื่องราวของการประกอบกิจกรรมภาคการเกษตร  โดยเฉพาะการทำนาตั้งแต่เริ่มปลูกจนได้ผลผลิต  การใช้ปี่  กลอง ที่เรียกว่า ''โย'' และเครื่องประกอบจังหวะของชนเผ่าเมี่ยนบรรเลงในงานพิธีแต่งงาน การนำเครื่องดนตรีบรรเลงในงานพิธีศพและส่งวิญญาณผู้ตายโดยใช้เค่งและกลองพิธี(จั่วะ)  ของชนเผ่าม้ง  ชาวลั๊วะใช้ปิ๊ห์สำหรับประกอบการปลูกพืชพันธุ์ เพื่อให้เกิดความเจริญงอกงาม  เหล่านี้เป็นบางตัวอย่างของการใช้ดนตรีประกอบพิธีกรรม

ดนตรีที่น่าสนใจและเป็นรากฐานของโครงสร้างทางสังคมและวัฒนธรรมชนเผ่าคือ เพลงร้อง  ในนิยามของดนตรีแล้วเพลงร้องเป็นดนตรีที่เกิดขึ้น ดนตรีลักษณะอื่นๆ เพลงร้องที่มีความบริสุทธิ์และทรงคุณค่าต่อชีวิตมากที่สุดคือเพลงร้องที่เรียกว่า ''เพลงกล่อมลูก'' ในสังคมชนเผ่ามีเพลงกล่อมลูกเช่นนี้ทุกชนเผ่า กล่าวได้ว่าทุกสังคมในโลกใบนี้มีเพลงกล่อมลูกทั้งสิ้น  ต่างแต่การเรียกชื่อ แม้ในประเทศไทยก็เรียกกันหลากหลายว่า  เพลงกล่อมลูก  เพลงชาน้อง  เพลงร้องเรือ  ฯลฯ ชนเผ่ากะเหรี่ยงเรียกว่า อื่อทา เนื้อหาสาระที่บอกผ่านเพลงกล่อมลูกนี้เล่าเรื่องต่างๆ ในท้องถิ่นใกล้ตัว  เช่น  ขุนเขา  ดอกไม้ใบหญ้า  คติสอนใจ  หรือใดๆ ก็ได้ เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาอาจรับรู้สร้อยสำเนียงแต่อาจไม่เข้าใจความหมายของเนื้อคำ  ผู้รับรู้โดยตรงคือผู้ร้องนั่นเองเพราะเกิดมาก่อน เก็บเกี่ยวความซับซ้อนของความหมายและการสื่อความได้  อย่างไรก็ตามขั้นสุดยอดของความเป็นเพลงกล่อมลูกนั้นอยู่ที่เสียงดนตรี

เสียงดนตรีที่กล่าวถึงนี้ คือเสียงขับกล่อมของแม่หรือผู้โอบเลี้ยงเด็ก  ที่เปล่งเสียงอื่อ - อือ... อ่า - แอ...  โอะ - โอ... หรือโดยปริยายเช่นนี้  ในขณะที่เจ้าหนูน้อยที่นอนอยู่ในเปล  หรืออ้อมกอดที่แนบกระชับเข้ากับทรวงอกอุ่นนุ่ม  หูเฝ้าฟัง ตามองผู้ขับกล่อม  ดวงตาสองดวงของสองชีวิตประสานถ่ายทอดจินตนาการของอารมณ์ที่ด่ำลึก  ปลายเสียงของอื่อ - อา...  ไม่เร่งรุกตามจังหวะแต่คร่ำด้วยลูกคอผสมกับกระแสจิตที่ทอดสู่ความรู้สึก  นานเท่านานไม่มีข้อจำกัด เพียงเพื่อความสุข  ความผ่อนคลายที่แม่หรือผู้ขับกล่อมสาธยายบทเพลงแห่งความผูกพันนั้น      โน้มเชื่อมสายใยที่แข็งแกร่งของความผูกพันเข้าไว้ด้วยกัน นี่คือคุณค่าแท้จริงของเพลงกล่อมลูกที่มีอยู่ในชนเผ่าชาวเขา ดังมีในการอื่อทา ของชนเผ่ากะเหรี่ยง  อาผิ เช เออะ  ของชนเผ่าอาข่า   หลาว กง หงา  ของชนเผ่าเมี่ยน ฯลฯ

นอกเหนือจากดนตรีในพิธีกรรม เพลงกล่อมลูกของชนเผ่าชาวเขาแล้ว  ดนตรีที่ใช้เพื่อกิจกรรมบันเทิงหรือเพลงร้อง  แต่ละชนเผ่าก็มีใช้ของตนสร้างสีสันของงานทางด้านศิลปวัฒนธรรม ปรุงแต่งวิถีแห่งชีวิตให้สมบูรณ์  ทั้งเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่า  จำพวกปี่  แคน น้ำเต้า ขลุ่ย เครื่องเคาะ  เครื่องตี เครื่องสี  การนำดนตรีมาใช้ก็เพื่อความรื่นเริงใจ  ในงานเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ วันแต่งงาน เทศกาลต่างๆ ของชุมชนที่ตนตั้งถิ่นฐาน ไปจนถึงกิจกรรมของทางราชการซึ่งในปัจจุบันนิยมเชิญไปร่วมกับชาวพื้นราบในงานต่างๆ พร้อมๆ กับเครื่องแต่งกายที่โดดเด่นของแต่ละเผ่า

ความคงตัวของกิจกรรมดนตรีและเพลงร้องที่กล่าวมาข้างต้น ชนเผ่าแต่ละชนเผ่าได้สืบทอดต่อเนื่องกันมานานแสนนาน  เมื่อชนเผ่าบางกลุ่มได้เคลื่อนย้ายถิ่นฐานจากแหล่งเดิมเข้ามาอยู่ในประเทศไทย บางเผ่าอยู่นานนับร้อยปี  เช่นชนเผ่ากะเหรี่ยง บางเผ่ามีช่วงราวร้อยกว่าปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม ลูกหลานของชนเผ่าชาวเขาเกือบทั้งหมดก็ได้รับสิทธิทางกฎหมายเป็นคนไทยอย่างสมบูรณ์ โดยมีวัฒนธรรมของตนเป็นหน่วยวัฒนธรรมย่อย  ระบบการศึกษา  ระบบการสื่อสารโทรคมนาคม การคมนาคม  การที่ต้องเชื่อมกับสังคมหน่วยกลาง ประกอบกับการปรับเปลี่ยนการนับถือศาสนาจากระบบเดิมที่เรียกกันว่านับถือผีนั้น  ชนเผ่าชาวเขาจำนวนไม่น้อยที่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ และพระพุทธศาสนา  หรืออาจจะมีลัทธิความเชื่อของศาสนาอื่นอีก อิทธิพลของสภาวะรายรอบที่แทรกเข้าไปสู่กรอบวิถีดั้งเดิม  ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตในหลายกิจกรรม

ดนตรีที่เป็นกิจกรรมบันเทิงนั้นนับว่ายังคงอยู่และรอการปรับเปลี่ยน สืบเนื่องจากเยาวชนชาวเขาที่ได้รับจากสื่อต่างๆ  ค่านิยมของดนตรีนอกสังคมมีสัดส่วนของความต้องการสูงกว่า  ดนตรีเดิมของชนเผ่าจึงย่ำรอวันปรับเปลี่ยนของกาลเวลา  แต่ที่น่าคิดสำหรับดนตรีพิธีกรรมของชนเผ่าชาวเขา  ณ วันนี้ ในช่วงทศวรรษ หรือสองทศวรรษที่ผ่านมาและกำลังจะผ่านไป คือมุมมองที่บางสังคมชนเผ่ากำลังเข้าสู่ทางตัน  เพราะพิธีกรรมหลายอย่างหมดความจำเป็นในวิถีใหม่
เสียงของความอบอุ่นที่ได้จากเพลงกล่อมลูกแม้มิใช่ดนตรีหรือเพลงพิธีกรรมก็เริ่มจางหายไปเช่นเดียวกัน  เด็กน้อยชาวเขาหลายเผ่าไม่มีโอกาสได้ลิ้มรสของเพลงรักจากอ้อมอกและสายเสียงจากแม่  โรงเรียนเด็กเล็กของชุมชนที่ครูรับภาระหน้าที่แทนแม่คือมุมมองของวิถีปัจจุบัน โลกใหม่ได้ก้าวย่างเข้าสู่วิถีชนเผ่าชาวเขา  ดนตรีชาวเขาในวันนี้ต่างไปจากเมื่อทศวรรษที่ผ่านมา  และแปลกไปเมื่อถึงทศวรรษหน้าที่กำลังรอคอย......
.



เข้าชม : 683


บทความทั่วไป 5 อันดับล่าสุด

      ถอดบทเรียน งานฝ่ายสิทธิ์ 20 / พ.ค. / 2554
      สรุปสาระกฎหมายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 15 / มี.ค. / 2554
      บทสัมภาษณ์ ตัวตนของชนเผ่าในปัจจุบัน ผ่านมุมมองของคนชนเผ่า 15 / มี.ค. / 2554
      คารวะแด่เธอผู้มอบชีวิตแด่ปวงชนผู้ทุกเข็ญ 4 / ก.พ. / 2554
      การพัฒนาประเทศ บนความทุกข์และความตายของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ 4 / ก.พ. / 2554


:::เว็บไซต์ของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกกลุ่มชาติพันธุ์:::
  ที่ตั้ง: 122/11,7Fl., Soi Naksuwan (Nonsi14), Nonsi Road, Yannawa District Bangkok 10120
 เบอร์โทร :Tel.0-2681-3900 Ext.1702, 1712 Fax. 0-2681-3900 Ext.1702, 0-2681-5370
  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : cmtoto@hotmail.com