[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by เว็บไซต์ของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกกลุ่มชาติพันธุ์,www.cegthai.org,cegthai www.cegthai.org


  

บทความทั่วไป
การพัฒนาประเทศ บนความทุกข์และความตายของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์

ศุกร์ ที่ 4 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554


การพัฒนาประเทศ บนความทุกข์และความตายของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์
(นายเห่า)

 
 

วามรู้สึกในความทุกข์ร่วมกันของผู้คนที่ได้รับผลกรทบอย่างรุ่นแรง จากการพัฒนาประเทศไทย ตลอดระยะเวลา ๑๐ ปีนี้ จากบรรดาผู้มีบทบาทอย่างสูง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล  หน่วยงานภาครัฐ  รัฐวิสาหกิจ เป็นต้น  โดยเฉพาะการปิโตเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.)ได้ดำเนินการสำรวจแหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยานาดาสหภาพพม่า และเจรจาขอซื้อขายก๊าซเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๓๖  โดยมีบริษัทโทเทลจากฝรั่งเศลและบริษัทยูโนแคลจากอเมริกาได้รับประโยชน์ร่วมกับปตท.และรัฐบาลทหารพม่าอย่างเต็มที่นั้น  ได้สร้างความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานอย่างมหาศาลเป็นที่รู้กันในหมู่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์และฟ้าสวรรค์ เป็นการยากสำหรับผู้ที่ได้รับประโยชน์จากพลังงานก๊าซธรรมชาตินี้จะทำใจรับรู้และรู้สึกร่วมกับชะตากรรมของมนุษยชาติที่ต้องทนทุกข์กับสิ่งที่ประสบ พี่น้องคนไทยอีกจำนวนมากไม่สามารถที่จะเข้าใจว่าการที่ประเทศไทยได้มีพลังงานสำรองให้เมืองไทยเจริญก้าวหน้านั้นต้องอยู่บนความตายของผู้คน  ผู้หญิงกลุ่มชาติพันธุ์ถูกขมขืน  การบังคับคนทำงาน  การเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์  ตลอดการสร้างท่อก๊าซ ๔๐๐  กิโลเมตร  ในพม่า  และการกวาดล้างพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์  ในพื้นที่ชายแดน จ.ประจวบคิรีขันธ์  จ.กาญจนบุรี จ.ราชบุรี  โดยเฉพาะการอพยพชุมชนให้ลงมาอยู่เป็นสลัมในป่าในแต่ละพื้นที่  แม้ว่าเส้นทางก๊าซในไทยยาว  ๓๐๐ กิโลเมตร จากบ้านอีต่อง  อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี  ถึง อ.เมือง  จ.ราชบุรี จะไม่ได้ผ่านแนวชายแดนตลอดเส้นทางก็ตาม  แต่ถึงกระนั้นรัฐบาลไทยโดยหน่วยงานของรัฐไม่ว่าจะเป็นฝ่ายความมั่นคง ที่ต้องมีการกำราบปราบปรามโยกย้ายชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหลายโดยอ้างว่าอยู่ในพื้นที่ป่าบ้าง  พื้นที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติบ้าง  พร้อมกับยุทธศาสตร์การจัดระเบียบชายแดนไทย-พม่า เพื่อก่อให้เกิดความเรียบร้อยในการดำเนินการโครงการท่อก๊าซไทย-พม่า 

กระแสของการเอาก๊าซแต่ไม่สนใจชีวิตผู้คนรุ่นแรงมาก ทั้งฝั่งไทยและพม่า   โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ของรัฐบาลพม่า ในการข่มขู่ ข่มขืน เช่นการเข้าไปในหมู่บ้านหนึ่ง พยานผู้หนึ่งเล่าให้ฟังว่า  “เมื่อทหารพม่าเข้ามาในชุมชนได้เรียกทุกคนมารวมกันกลางหมู่บ้านจากนั้นก็เรียกผู้นำชุมชนออกมายืนตรงกลาง แล้วใช้มีดปาดลูกตา คว้านท้อง  เพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูว่า อย่าขัดขืนนะต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตาม  บางหมูบ้านเมื่อทหารพม่าพบเห็นสตรีกลุ่มชาติพันธุ์เพิ่งคลอดลูก  ทหารพม่าจะจับเด็กใส่ไว้ในครกแล้วตำ จากนั้นก็ขมขืนแม่จนตาย บางครั้งการเข้าไปในหมู่บ้านก็ดำเนินการเผาและฆ่าทุกคน บางครอบครัวที่หนีมาได้ก็เดินทางรอนแรมหลบ ๆ ซ่อน ๆ กลางป่ากลางเขา  แม่ที่เพิ่งคลอกลูกน้อยหมดเรี่ยวแรง  ลูกชายคนโตอายุ ๙ ขวบต้องอุ้มน้องชายเดินทางเป็นระยะเวลา ๑ เดือน  เพื่อหนีทหารพม่า  จะกินข้าวก็ไม่กล้าก่อไฟต้องกินกันดิบ ๆ เมื่อถึงชายแดนไทย-พม่า  น้องก็เสียชีวิตในอ้อมแขนของพี่ชาย”  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงปี  พ.ศ.๒๕๓๙-๒๕๔๐ หลังจากรัฐบาลไทยตกลงซื้อขายก๊าซจากรัฐบาลทหารพม่า ด้านรัฐบาลไทยโดยหน่วยงานของรัฐได้ใช้มาตรการส่งเสริมและสนับสนุนโครงการท่อก๊าซนี้อย่างเต็มที่  ตัวอย่างเช่น  มีการผลักดันพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่บนพื้นที่ป่าและดูแลรักษาป่านั้นมาเป็นเวลานาน ในเขตพื้นที่กิ่งอำเภอสามร้อยยอด ให้มาอาศัยอยู่อีกพื้นที่หนึ่งที่อยู่ในสภาพสลัมกลางป่าโดยปราศจากการเคารพชีวิตผู้คน  กลับดูถูกเหยียดหยามพวกเขาดั่งเช่นไม่เป็นคน  ป่าที่เขาดูแลรักษาก็ถูกนายทุนเข้าไปตัดทันที มาตรการเอาใจพม่ามีมากมายในแต่ละครั้งแต่ละครา  การล้อมปราบปรามกลุ่มคน  ๑๐  คนที่มายึดโรงพยาบาลราชบุรีเมื่อวันที่ ๒๔-๒๕  มกราคม  ๒๕๔๓  โดยการจ่อหัวฆ่าทีละคนทั้งที่เขายอมแพ้แล้ว  ทั้งที่เขามาขอแพทย์และยาเพื่อไปรักษาพี่น้องกระเหรี่ยงที่โดนทหารพม่าและทหารไทยสาดกระสุนปืนเข้าไปจนทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก  ทั้งที่ชาวบ้านที่รักษาที่โรงพยาบาลราชบุรีเองก็มีความประทับใจในท่าทีที่เป็นมิตรของพวกเขา พยาบาลบางท่านยังเข้าใจและรู้สึกถึงความดีของพวกเขาได้ เหตุที่เกิดขึ้นนี้เป็นโอกาสดีทั้งไทยและพม่าในการป้ายสีความผิดให้กับกลุ่ม “GOD’S ARMY”  แล้วรีบเช็คบิลสลายกลุ่มด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา แยกเด็กที่เป็นผู้นำ  สตรี  คนชรา เด็ก ส่วนชายฉกรรจ์นั้นมีแต่ฟ้าสวรรค์เท่านั้นที่รับรู้ถึงความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน  ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรกระแสข่าวก็มีแต่สาปแช่งจากสังคมไทยที่มีต่อพี่น้องกะเหรี่ยง พร้อมกับยกย่องผู้นำทางทหารว่าเป็นวีรบุรุษจนส่งผลให้นายทหารส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอบเตอร์ระเบิดเมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ต่อมาทันที

เราไม่ทราบว่าการพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวหน้านั้นต้องมีส่วนทำลายชีวิตผู้คนด้วยหรือ การไม่สนใจว่าพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์  ออง  ซานซูจี จะเป็นอย่างไร  เราไม่ได้ทำผิดอะไร  เราต้องสนับสนุนรัฐบาลทหารพม่าเพราะผลประโยชน์มหาศาลในการพัฒนาประเทศ  ทั้งที่บริษัทโทเล กลับถูกฟ้องจากศาลโลกเมื่อเร็ว ๆ นี้และยอมรับผิดที่มีส่วนให้ทหารพม่าละเมิดสิทธิมนุษยชนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาการพัฒนาประเทศไทยมักจะมีเสียงร้องไห้อันแสนขมขื่นจากพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์อยู่เสมอ การขับไล่ออกจากป่าเพื่อต้องการดูแล แต่ป่าหายไปหมด เพราะรัฐเข้าไปดูแล การไล่ที่เพื่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า แต่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่เสียสละกลับไม่ได้ใช้เลย  การเคารพในสิทธิความเป็นคนยิ่งไม่ต้องพูดถึง  การจะได้มาซึ่งความเป็นคนไทยมีบัตรประชาชนยากมาก ทั้งที่มีสิทธิที่ถูกต้อง ความรู้สึกที่เจ็บปวดและเก็บกดอยู่ในใจโดยที่พี่น้องเหล่านี้ไม่สามารถต่อกรกับเจ้าหน้าที่รัฐได้  จำต้องปล่อยให้ฟ้าสวรรค์บันดาลให้เกิดขึ้นเพื่อเป็นการตีสอนผู้มีอำนาจได้ฉุกคิด  พบความจริงว่าเราได้ทำผิดพลาดละเมิดและละเลยชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ที่ดีต่อประเทศชาติ  เราหลงลืมบุญคุณของพวกเขา  กลับสนใจแต่กระแสทุนนิยม  ความมั่งคั่งทางวัตถุ  ถ้าองค์พระนเรศวรทรงมีชีวิตอยู่  คงอยากที่จะบอกกับคนในสังคมไทยว่า  พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้มีส่วนสร้างชาติไทย  อย่ารังแกดูถูกองค์ความรู้ของพี่น้องเหล่านี้เลย
สุภาษิตฮีบรูกล่าวว่า “ช่วยชีวิตหนึ่งคน  ก็ช่วยชีวิตคนทั้งโลก” ถ้าผู้มีอำนาจของรัฐไทยทำร้ายชีวิตผู้คน บรรดาพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์เราก็หวังว่าคงไม่มีความรุนแรงดั่งเช่นพี่น้องในพื้นที่  ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังประสบ  เราก็หวังว่าผู้มีอำนาจคงพบความจริงและรู้สึกเสียใจบ้างกับการพัฒนาประเทศไทยที่อยู่บนความเจ็บปวดของพี่น้องผู้ยากไร้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์



เข้าชม : 1128


บทความทั่วไป 5 อันดับล่าสุด

      ถอดบทเรียน งานฝ่ายสิทธิ์ 20 / พ.ค. / 2554
      สรุปสาระกฎหมายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 15 / มี.ค. / 2554
      บทสัมภาษณ์ ตัวตนของชนเผ่าในปัจจุบัน ผ่านมุมมองของคนชนเผ่า 15 / มี.ค. / 2554
      คารวะแด่เธอผู้มอบชีวิตแด่ปวงชนผู้ทุกเข็ญ 4 / ก.พ. / 2554
      การพัฒนาประเทศ บนความทุกข์และความตายของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ 4 / ก.พ. / 2554


:::เว็บไซต์ของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกกลุ่มชาติพันธุ์:::
  ที่ตั้ง: 122/11,7Fl., Soi Naksuwan (Nonsi14), Nonsi Road, Yannawa District Bangkok 10120
 เบอร์โทร :Tel.0-2681-3900 Ext.1702, 1712 Fax. 0-2681-3900 Ext.1702, 0-2681-5370
  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : cmtoto@hotmail.com