[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by เว็บไซต์ของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกกลุ่มชาติพันธุ์,www.cegthai.org,cegthai www.cegthai.org


  

บทความทั่วไป
มนุษย์คู่แรกที่เกิดมาจากน้ำเต้า

ศุกร์ ที่ 4 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554


วัฒนธรรมชนเผ่า / บาทหลวงไพโรจน์ สุวรรณ   ตามไปดูตำนานลาหู่ (ตอนที่ 1)   
มนุษย์คู่แรกที่เกิดมาจากน้ำเต้า

 
 

  าลครั้งหนึ่ง “เทพเจ้ากื่อซา” ซึ่งเป็นพระผู้สร้างโลกจักรวาลทั้งน่านฟ้าและใต้หล้า ได้ลงมาจากสวรรค์และได้ทรงสร้างที่ ประทับเพื่อจะมาดูโลก ใกล้ๆที่ประทับของเทพเจ้ากื่อซามีสระอาบน้ำ และใกล้ ๆ นั้น ก็มีเครือเถาวัลย์ของน้ำเต้าโผล่ออกมาเครือหนึ่ง กื่อซารู้สึกดีใจ และลงมาดูก็เห็นว่า ในเครือเถาวัลย์นั้นมีลูกน้ำเต้าเล็ก ๆ ลูกหนึ่งติดอยู่ กื่อซาให้ความสนใจและเอาใจใส่ดูแลตลอดเวลา

จนถึงวันหนึ่ง ลูกน้ำเต้าโตขึ้น และสวยงามมาก กื่อซาผู้เป็นเจ้าของ เข้าไปใกล้ ๆ เพื่อจะมองดูความสวยงามของมัน แต่เมื่อเข้าไปใกล้ ก็ ปรากฏว่าได้ยินเสียงคนอยู่ในนั้น กื่อซาตื่นเต้นมาก คิดในใจว่า อีกสัก ๒-๓ วัน เราจะมาเก็บลูกน้ำเต้าลูกนี้ พอเมื่อถึงเวลาเก็บ กื่อซาเดินล งไปดูอีกครั้งหนึ่งปรากฏว่า ลูกน้ำเต้าได้หายไปแล้ว  ทำให้กื่อซาโกรธมาก จึงได้ร้องตะโกนด้วยความโมโห

ในเวลาเดียวกันนั้นก็มีอีเก้งตัวหนึ่งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ และวิ่งม าหากื่อซา เมื่อมาถึงก็ได้หมอบลงกับพื้นและถามกื่อซาว่า มีอะไรเกิดขึ้นหรือ   กื่อซามองดูอีเก้ง และบอกว่า ลูกน้ำเต้าของเราหายไปแล้ ว มันเกิดอะไรขึ้น อีเก้งตอบว่าข้าน้อยไม่รู้  แต่ที่ข้าน้อยวิ่งมาหาท่านโดยไม่ได้ตั้งใจ ก็เพราะในเวลานั้นข้าน้อยกำลังหลับสนิทอยู่ บังเอิญกิ่งไม้แห้งตกลงมาใส่ข้าน้อย  ข้าน้อยตกใจจึงวิ่งออกมา ขอกรุณาอย่าลงโทษข้าน้อยเลย และในขณะที่กำลังวิ่งออกมานั้น ข้าน้อยรู้สึกว่ามีอะไรมาติดพันขาของข้า แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร

ต่อมากื่อซาจึงได้ถามต้นไม้แห้งต้นนั้นว่า ทำไมเจ้าจึงตกใส่อีเก้ง ต้นไม้แห้งต้นนั้นตอบว่า ข้าผู้น้อยได้เหี่ยวแห้งจนใกล้จะตาย อยู่แล้ว แต่นกฮูกตัวหนึ่งบินมาเกาะที่ข้าน้อย ข้าน้อยบอกนกฮูกแล้วว่าอย่ามาเกาะ แต่นกฮูกก็ไม่ฟัง จึงทำให้ข้าน้อยตกลงม าโดนอีเก้ง ต่อมา กื่อซา ก็ได้เรียกนกฮูกตัวนั้นมาพบ และจับนกฮูกไว้ และกระแทกลงไปบนพื้นดิน จึงทำให้ส่วนหัวของนกฮู กแบนไป และกื่อซายังลงโทษโดยสั่งห้ามไม่ให้นกฮูกหากินทั้งกลางคืนและกลางวัน อนุญาตให้หากินช่วงเวลาพลบค่ำเท่านั้น ทำให้นกฮูกกินอาหารไม่อิ่ม จึงเป็นที่มาของนกฮูกที่ผอม   ดังนั้นคนลาหู่จึงไม่กินเนื้อของนกชนิดนี้

ตอนกื่อซาตามหาน้ำเต้า

กื่อซาผู้เป็นเจ้าของสรรพสิ่ง ได้ส่งเทวดา อาด้อ(ชาย)และอาก้า(หญิง) ตามหาน้ำเต้าที่หายไป เทวดาทั้งสอ งเดินทางมาจนถึงภูเขามะกอก   ก็ถามต้นมะกอกว่า ได้เห็นเครือเถาวัลย์น้ำเต้าไหม?  ต้นมะกอกตอบว่าไ ม่เห็น อาด้อและอาก้าจึงได้สาปแช่งต้นมะกอกว่า สักวันหนึ่งคนที่เกิดมาจากน้ำเต้า จะตัดเจ้ามาทำเป็นเสาบ้านและทำเป็นฟืนแน่ๆ

อาด้อและอาก้าตามหาลูกน้ำเต้าต่อไป จนไปเจอต้นสน(ต้นเกี๊ยะ)ก็ถามว่า เจอเถาวัลย์และลูกน้ำเต้าไหม? ต้นสนตอบว่าไม่เจอ อาด้อและอาก้าจึงได้สาปแช่งต้นสนว่า เมื่อคนที่อยู่ในลูกน้ำเต้าออกมาจะตัดเจ้ามาทำคานเสาบ้านแน่ ๆ จากนั้นก็เดินหาต่อไป อีกจนเจอกลุ่มหญ้าคา และได้ถามเช่นเดียวกันว่า เจอเถาวัลย์และลูกน้ำเต้าไหม? กลุ่มหญ้าคาก็ตอบเช่นเดียวกันว่าไม่เจอ อาด้ ออาก้าจึงได้สาปแช่งกลุ่มหญ้าคาว่า เมื่อคนที่อยู่ในน้ำเต้าออกมาเมื่อไร  จะมาตัดเจ้าไปมุมหลังคาบ้านแน่ ๆ  แล้วเดินหาต่อไ ป  จนเจอกอไผ่ ก็ถามว่า เจอเถาวัลย์และลูกน้ำเต้าไหม? กอไผ่ตอบว่าไม่เห็น อาด้อและอาก้าจึงได้สาปแช่งกอไผ่ว่า สักวันหนึ่ งคนที่อยู่ในน้ำเต้าออกมาจะตัดเจ้าเอาไปทำเป็นที่ปูพื้น และทำเป็นฝาบ้านแน่ ๆ  

หลังจากนั้น อาด้อและอาก้าก็ยังไม่สิ้นหวัง เดินทางต่อไปจนเจอต้นโพธิ์และเจอผึ้งหลวงที่อยู่ในต้นโพธิ์ ก็ถามขึ้นอีกว่า เจ้าเห็ นเถาวัลย์และลูกน้ำเต้าไหม? ผึ้งหลวงตอบว่าได้เห็นเถาวัลย์และลูกน้ำเต้ากลิ้งลงไปในทะเลสาบหนองแสนหนองโหล๋ง เมื่อได้ ฟังเช่นนั้นทำให้อาด้อและอาก้าดีใจมาก จึงได้อวยพรผึ้งหลวงว่า เจ้าจะได้เป็นกษัตริย์ ในบรรดาผึ้งทั้งหลายในโลกนี้ และอวย พรต้นโพธิ์ที่ผึ้งหลวงอาศัยอยู่ว่า เจ้าจะได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้แห่งการสักการะ ได้รับการนับถือจากผู้คน จะไม่มีใครทำลายเจ้า แ ต่เจ้าจะเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีผลดก เป็นที่ชอบของสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่จะมาอาศัยเจ้า เจ้าจะเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับมนุษย์และสิ่ง มีชีวิตทั้งปวง เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาของความเชื่อของชาวลาหู่ที่จะไม่ตัดต้นไม้ชนิดนี้ ถ้าใครตัดจะได้รับอันตรายหรืออาจจะถึงแก่ชีวิตได้        
อ่านต่อ.........

ตอนกื่อซาได้พบลูกน้ำเต้าที่ทะเลสาบหนองแสนหนองโหล๋ง

 
 

ลังจากที่อาด้อและอาก้าติดตามลูกน้ำเต้าที่หายไปนานก็ได้รู้ว่า มันกลิ้งลงไปที่ทะเลสา บหนองแสนหนองโหล๋ง จึงวิ่งกลับไปบอกกื่อซาว่า ผึ้งหลวงที่อยู่บนต้นโพธิ์บอกว่า ได้เห็นลูกน้ำเต้ากลิ้งลงไปในทะเลสาบหนองแสนหนองโหล๋ง กื่อซาผู้เป็นเจ้าของดีใจเป็นที่สุดแล ะได้ทรงเรียกบรรดาสัตว์ทั้งหลายมา เพื่อจะช่วยกันเอาลูกน้ำเต้าออกมาจากทะเลสาบหนองแสนหนองโหล๋งให้ได้ เมื่อบรรดาสัตว์ทั้งหลายมาถึงครบหมดแล้ว กื่อซาเห็นว่า กวางมีเข าใหญ่กว่า คงลงไปควิดลูกน้ำเต้าออกมาได้แน่ จึงได้ใช้กวางลงไป แต่ปรากฏว่าลูกน้ำเต้าใหญ่เกินไป กวางไม่สามารถควิดออกมาจากทะเลสาบได้

ครั้งที่สอง กื่อซา จึงได้ทรงใช้กุ้งให้เอาลูกน้ำเต้าออกมาจากทะเลสาบให้ได้ กุ้งได้ลงไปตามคำสั่งของกื่อซา แต่ลูกน้ำเต้าใหญ่เกินไปจนทำให้กุ้งหลังหักไม่สามารถเอาออกมาได้ ต่อมา กื่อซาก็ได้เรียกปูมาช่วย แต่ปูบอกว่า ข้าไม่มีอาวุธอะไรที่จะสามารถเอาลูกน้ำเต้าออกมาจากทะเลสาบได้ ขอให้กื่อซาทรงให้กรรไกรสองปาก ที่จะสามารถคาบลูกน้ำเต้าได้ให้ข้าเถิด แล้วข้าจะได้นำลูกน้ำเต้าออกมาให้ กื่อซาตกลงกับปู และได้สร้างก้ามกรรไกรให้กับปูทั้งสองข้างตามที่ปูร้องขอ เมื่อสร้างเสร็จแล้วปูก็ได้ลงไปในทะเลสาบ ปราก ฏว่าปูสามารถคาบลูกน้ำเต้าออกมาจากทะเลสาบได้     กื่อซาดีใจและอวยพรให้ปูออกลูกได้ครั้งละมาก ๆ และให้สามารถเดิ นได้ทั้งสองข้างตามใจชอบ เพราะฉะนั้นหัวแม่มือที่ดีที่สุดของปูนั้น ถือว่าเป็นกรรไกรของกื่อซาที่ให้กับปูเพื่อหาอาหารและต่อสู้กับศัตรูรอบด้าน

หลังจากปูคาบลูกน้ำเต้าออกมาจากทะเลสาบได้แล้ว กื่อซาได้ทรงใช้นกกระจิกที่มีปากยาวแหลมคมนั้น จิกลูกน้ำเต้า เพื่อให้ค นที่อยู่ในน้ำเต้านั้นออกมา นกกระจิกพยายามจนปากที่ยาวแหลมคมนั้นจิกต่อไปไม่ได้ กื่อซาจึงให้หยุด และอวยพรแก่นกกร ะจิกว่า ปากของเจ้าสั้นมากแล้ว อาจจะไปหาอาหารได้ลำบาก จึงอนุญาตให้ไปกินข้าวของคนที่อยู่ในไร่ในสวนได้ตามใจชอบ กลายเป็นที่มาของนกกระจิกชนิดนี้ ในเวลาที่ข้าวใกล้จะสุก เราจะเห็นว่ามันบินไปบินมาเป็นฝูงอยู่ในไร่ในสวนในนาเต็มไปหมด คนจะต้องเฝ้าถึงจะได้กิน

ต่อมากื่อซาได้ทรงเรียกไก่ให้ใช้ปากจิกลูกน้ำเต้าให้คนที่อยู่ข้างในออกมาให้ได้ แต่ไก่ก็ไม่สามารถจิกให้คนออกมาได้ จนปาก ของไก่ที่แหลมคมนั้นสั้นและจิกต่อไปได้ กื่อซาจึงได้อวยพรและอนุญาตให้ไก่อยู่กับคนและกินในสิ่งที่คนปลูกไว้ กื่อซาไม่ละ ความพยายามที่จะเอาคนที่อยู่ในน้ำเต้านั้นออกมาเชยชมให้ได้ จึงได้เรียกหนูมาช่วย ปรากฏว่าความแข็งแกร่งของฟันหนู สา มารถจิกทะลุลูกน้ำเต้าจนมองเห็นมนุษย์ชายและหญิงที่อยู่ข้างใน กื่อซาได้บอกให้หนูพยายามจิกให้มนุษย์คู่นี้ออกมาให้ได้ และต่อมาก็ทำได้สำเร็จ กื่อซาดีใจมากที่ได้เห็นมนุษย์ที่อยู่ในน้ำเต้า และตั้งชื่อให้ชายว่า จะตี่ ตั้งชื่อให้หญิงว่า นาตี่  กื่อซาพอใจหนูมากจึงอวยพรและอนุญาตให้หนูสามารถนอนกินในยุ้งฉางของคนที่หามาไว้ได้อย่างที่มันต้องการ  นี่จึงเป็นที่มาให้เราเห็ นหนูอยู่ในยุ้งฉางและนอนกินสิ่งที่คนหามา

รุป ตำนานของลาหู่เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับชาวลาหู่ เพราะเป็นเรื่องเทพเจ้ากื่อซา(พระเจ้า) ที่มาเกี่ยวข้องกับชีวิตของชาวอาข่า โดยเทพเจ้ากื่อซาเป็นพระเจ้า ส่วนจะตี่และ นาตี่ เป็นลูก จะตี่และนาตี่ก็เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของชาวลาหู่ในฐานะที่เป็นลูก เป็นความภูมิใจของชาวลาหู่ที่มีความรู้สึกว่า ชีวิตของพวกเขาได้รับการดูแล เลี้ยงดูและเอ าใจใส่อย่างใกล้ชิดจากเทพเจ้ากื่อซา นี่เป็นความเชื่อหรือเหตุผลของชาวลาหู่ที่จะดำรงชีวิตในโลกนี้โดยขึ้นกับเทพเจ้ากื่อซา เผชิญกับสิ่งต่างๆในชีวิ ตโดยไว้วางใจในเทพเจ้า และพอใจกับสิ่งที่ตนเองมีอยู่และได้รับมา   

ตำนานนี้ยังช่วยให้ชาวลาหู่ได้เข้าใจความสัมพันธ์และความรักของเทพเจ้ ากื่อซาที่มีต่อมนุษย์และสิ่งสร้าง โดยเฉพาะการเอาใจใส่และดูแลมนุษย์เป็นพิเศษ เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นไปแบบพ่อลูก เป็ นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง ที่จะสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยน และแสดงความคิดเห็นกันได้ต่อหน้าเทพเจ้ากื่อซา ไม่ว่าจะเป็นมนุษ ย์หรือสัตว์ หรือจะเป็นสิ่งสร้างทั้งหลายในโลกนี้ และยังทำให้ชาวลาหู่ได้มองเห็นคุณค่าในสิ่งสร้าง และเข้าใจวิถีแห่งการดำรงชีวิตของตนในสังคมที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา  นี่เป็นที่มาของชาวลาหู่ที่มักใฝ่หา “พร ” และเชื่อในพระพรแห่งการได้มาจากเทพเจ้ากื่อซา



เข้าชม : 1894


บทความทั่วไป 5 อันดับล่าสุด

      ถอดบทเรียน งานฝ่ายสิทธิ์ 20 / พ.ค. / 2554
      สรุปสาระกฎหมายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 15 / มี.ค. / 2554
      บทสัมภาษณ์ ตัวตนของชนเผ่าในปัจจุบัน ผ่านมุมมองของคนชนเผ่า 15 / มี.ค. / 2554
      คารวะแด่เธอผู้มอบชีวิตแด่ปวงชนผู้ทุกเข็ญ 4 / ก.พ. / 2554
      การพัฒนาประเทศ บนความทุกข์และความตายของพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ 4 / ก.พ. / 2554


:::เว็บไซต์ของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกกลุ่มชาติพันธุ์:::
  ที่ตั้ง: 122/11,7Fl., Soi Naksuwan (Nonsi14), Nonsi Road, Yannawa District Bangkok 10120
 เบอร์โทร :Tel.0-2681-3900 Ext.1702, 1712 Fax. 0-2681-3900 Ext.1702, 0-2681-5370
  ติดต่อเว็บมาสเตอร์ : cmtoto@hotmail.com